ส.ส. มีหน้าที่อะไรบ้าง?

คำถาม .... ส.ส. มีหน้าที่อะไรบ้าง?

เฉลย ...
ส.ส. หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2562 กำหนดให้มีทั้งหมด 500 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

1. ส.ส. เขต จำนวน 350 ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนในเขตพื้นที่ที่ลงสมัคร
2. ส.ส. บัญชีรายชื่อ จำนวน 150 คน ซึ่งคิดจากคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคที่ ส.ส. สังกัดอยู่ และคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อตามวิธีการที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

ซึ่ง ส.ส. ทั้ง 2 ประเภทเมื่อเข้าไปในสภาแล้ว จะมีศักดิ์และสิทธิเท่ากันทุกประการ

ส.ส. มีหน้าที่อะไรบ้าง?

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2562 กำหนดหน้าที่ของ ส.ส. ไว้หลายอย่าง ดังนี้
1. เลือกประธานรัฐสภา
2. เลือกนายกรัฐมนตรี
3. ตรากฎหมาย และให้ความเห็นชอบกฏหมายประเภทต่าง ๆ
4. พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี
5. เป็นกรรมาธิการคณะต่าง ๆ
6. ติดตามการทำงานของรัฐบาล ตลอดจนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
7. สะท้อนปัญหาและความเดือดร้อน ตลอดจนความต้องการของประชาชนไปยังรัฐบาล

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร


เมื่อมีหน้าที่มากมายดังกล่าวข้างต้น ผู้จะมาดำรงตำแหน่งต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2562 มาตรา 97 กำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
2. มีอายุไม่ต่ํากว่ายี่สิบห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง
3. เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภาระยะเวลาเก้าสิบวันดังกล่าวให้ลดลงเหลือสามสิบวัน
4. ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย
 (ก) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
 (ข) เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
 (ค) เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปีการศึกษา
 (ง) เคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าห้าปี

นอกจากนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2562 มาตรา 98 กำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องไม่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. ติดยาเสพติดให้โทษ
2. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
3. เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ
4. เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 96 (1) (2) หรือ (4)
5. อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
6. ต้องคําพิพากษาให้จําคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
7. เคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
8. เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
9. เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ํารวยผิดปกติ หรือเคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจําคุกเพราะกระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
10. เคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นําเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสํานักกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
11. เคยต้องคําพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
12. เป็นข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํานอกจากข้าราชการการเมือง
13. เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
14. เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงยังไม่เกินสองปี
15. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
16. เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ
17. อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง
18. เคยพ้นจากตําแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 144 หรือมาตรา 235 วรรคสาม